มาเป็นเพื่อนกันกับอีสานเดฟ
เรารับทำและออกแบบเว็บไซต์ สำหรับธุรกิจทุกประเภท ปรึกษาฟรี !
วิธีทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม ทำอย่างไรให้คราบหาย
รวมวิธีทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม ตั้งแต่การกำจัดโคลนและคราบสกปรก การฆ่าเชื้อโรค ไปจนถึงการลดกลิ่นอับและป้องกันเชื้อรา พร้อมแนะนำขั้นตอนทำความสะอาดอย่างถูกวิธี เพื่อให้บ้านกลับมาสะอาดและปลอดภัยต่อการอยู่อาศัยอีกครั้ง
หลังน้ำท่วมลดระดับลง สิ่งที่เจ้าของบ้านต้องเผชิญคือคราบโคลน ตะกอนดิน กลิ่นอับ และเชื้อราที่อาจสะสมอยู่ตามพื้นหรือผนัง การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมจึงไม่ใช่แค่การล้างคราบสกปรกออกเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและการลดความชื้นภายในบ้านด้วย
ในบทความนี้รวบรวมขั้นตอนทำความสะอาดและวิธีขจัดคราบน้ำท่วม เพื่อช่วยให้บ้านกลับมาสะอาดและพร้อมอยู่อาศัยอีกครั้ง

6 วิธีทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมให้สะอาดและปลอดภัย
การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมควรดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน เพราะน้ำท่วมอาจพาโคลน สิ่งปฏิกูล และสารปนเปื้อนเข้ามาภายในบ้าน หากทำความสะอาดไม่ถูกวิธี อาจทำให้คราบสกปรกฝังแน่นหรือเกิดปัญหาเชื้อราตามมา โดยมีขั้นตอนที่แนะนำดังนี้
1. ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเข้าทำความสะอาด
ก่อนเริ่มทำความสะอาด ควรตรวจสอบสภาพบ้านว่ามีรอยแตกร้าว ผนังเอียง พื้นทรุด หรือความเสียหายที่อาจเป็นอันตรายหรือไม่ รวมถึงระบบไฟฟ้าที่เคยสัมผัสน้ำท่วม ซึ่งต้องให้ช่างไฟฟ้าที่มีความชำนาญตรวจสอบก่อนกลับมาใช้งาน โดยระหว่างทำความสะอาดควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกัน ได้แก่
- รองเท้าบูทยางกันน้ำและกันลื่น
- ถุงมือยางชนิดหนา
- แว่นตาป้องกันน้ำกระเด็น
- หน้ากาก N95 สำหรับงานที่อาจฟุ้งกระจายฝุ่นหรือสปอร์เชื้อรา
- เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว
หากพบโครงสร้างเสียหายรุนแรงหรือมีสายไฟชำรุด ไม่ควรเข้าไปทำความสะอาดจนกว่าผู้เชี่ยวชาญจะยืนยันว่าปลอดภัย
2. กำจัดโคลนและตะกอนดินออกจากบ้าน
หลังน้ำลดมักมีโคลนและตะกอนดินสะสมอยู่ตามพื้นบ้าน มุมห้อง และร่องกระเบื้อง ควรเริ่มจากใช้พลั่วหรือที่โกยผงตักโคลนออกก่อน จากนั้นใช้แปรงขัดร่วมกับน้ำสะอาดเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่เหลือ
สำหรับพื้นกระเบื้องสามารถใช้น้ำผสมน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปขัดคราบได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการฉีดน้ำปริมาณมากบนพื้นไม้หรือวัสดุที่ดูดซับความชื้นง่าย เพราะอาจทำให้บวมและเสียหายเพิ่มเติม
3. ขจัดคราบน้ำท่วมบนผนังบ้าน
คราบน้ำท่วมบนผนังมักปรากฏเป็นรอยสีน้ำตาลหรือเหลืองตามระดับน้ำที่เคยท่วมถึง ซึ่งเกิดจากตะกอนดินและสิ่งสกปรกที่เกาะบนพื้นผิว วิธีทำความสะอาดควรเลือกให้เหมาะกับวัสดุผนัง ดังนี้
- ผนังปูนทาสี: ใช้ผ้าหรือฟองน้ำชุบน้ำผสมน้ำยาทำความสะอาดชนิดอ่อนเช็ดคราบ โดยทดลองบริเวณเล็ก ๆ ก่อน
- ผนังกระเบื้อง: ใช้แปรงขนนุ่มขัดคราบบนกระเบื้องและร่องยาแนว แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
- ผนังไม้: เช็ดสิ่งสกปรกด้วยผ้าหมาดและเร่งระบายความชื้น หากไม้บวมหรือผุควรพิจารณาซ่อมแซม
- ผนังยิปซัม: หากถูกน้ำท่วมปนเปื้อนและดูดซับน้ำเข้าไป มักจำเป็นต้องรื้อเปลี่ยนส่วนที่เสียหาย
หากคราบน้ำยังคงปรากฏหลังทำความสะอาด อาจเป็นเพราะความชื้นและคราบสกปรกซึมเข้าสู่ชั้นสีหรือเนื้อวัสดุ จึงควรรอให้ผนังแห้ง ตรวจสอบความเสียหาย แล้วจึงซ่อมพื้นผิวและทาสีใหม่ตามความเหมาะสม

4. ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์และของใช้ที่ถูกน้ำท่วม
เฟอร์นิเจอร์ที่สัมผัสน้ำท่วมต้องแยกตามประเภทวัสดุ โดยของใช้ที่มีพื้นผิวแข็งและไม่ดูดซับน้ำ เช่น โต๊ะพลาสติกหรือเฟอร์นิเจอร์โลหะบางประเภท สามารถล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับพื้นผิวได้
ส่วนที่นอน โซฟาบุผ้า พรม และวัสดุซับน้ำที่ถูกน้ำท่วมปนเปื้อน มักทำความสะอาดให้ปลอดภัยได้ยาก จึงควรพิจารณาทิ้ง โดยเฉพาะเมื่อมีเชื้อรา กลิ่นเหม็น หรือไม่สามารถทำให้แห้งได้อย่างทั่วถึง
5. ลดความชื้นและกำจัดกลิ่นอับภายในบ้าน
แม้พื้นและผนังจะดูสะอาดแล้ว แต่ความชื้นอาจยังสะสมอยู่ภายในวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดกลิ่นอับและเชื้อรา
หลังทำความสะอาดควรเปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศเมื่อสภาพภายนอกเหมาะสม และใช้เครื่องลดความชื้นช่วยให้บ้านแห้งเร็วขึ้น หากพบเชื้อราจำนวนมากควรหลีกเลี่ยงการใช้พัดลมเป่าโดยตรง เพราะอาจทำให้สปอร์ฟุ้งกระจาย
ทั้งนี้ ไม่ควรใช้เพียงน้ำหอมหรือสเปรย์ปรับอากาศกลบกลิ่น เนื่องจากไม่ได้แก้ไขต้นเหตุของความชื้นและสิ่งปนเปื้อน
6. ฆ่าเชื้อและตรวจสอบความสะอาดก่อนกลับเข้าอยู่อาศัย
หลังขจัดโคลนและล้างสิ่งสกปรกแล้ว ควรพิจารณาฆ่าเชื้อบนพื้นผิวแข็งที่สัมผัสน้ำท่วม โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด
หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารฟอกขาว ต้องไม่ผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำ กรด แอมโมเนีย หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่น เพราะอาจเกิดก๊าซอันตรายได้
ก่อนกลับเข้าอยู่อาศัย ควรตรวจสอบว่าพื้นผิวแห้ง ไม่มีคราบสกปรกตกค้าง ไม่มีกลิ่นอับผิดปกติ และระบบไฟฟ้าผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยแล้ว
คราบน้ำท่วมบนพื้นและผนังล้างไม่ออก ต้องทำอย่างไร ?
คราบน้ำท่วมบางประเภทอาจไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการขัดล้างเพียงครั้งเดียว โดยเฉพาะคราบที่ซึมเข้าสู่ร่องยาแนว สีทาผนัง หรือวัสดุที่มีรูพรุน จึงควรเลือกวิธีแก้ไขให้เหมาะกับลักษณะของคราบ ดังนี้
- คราบโคลนบนพื้นกระเบื้อง: ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะกับกระเบื้องร่วมกับแปรงขัด เพื่อกำจัดคราบดินและตะกอนที่ตกค้าง
- คราบฝังแน่นในร่องยาแนว: ใช้แปรงขนาดเล็กขัดบริเวณร่องยาแนว หากคราบฝังลึกหรือยาแนวเสื่อมสภาพ อาจต้องขูดออกและยาแนวใหม่
- คราบเหลืองบนผนังทาสี: เช็ดทำความสะอาดและปล่อยให้ผนังแห้งสนิท ก่อนพิจารณาใช้สีรองพื้นป้องกันคราบและทาสีใหม่
- คราบขาวจากเกลือบนผนังปูน: ตรวจสอบและแก้ไขต้นเหตุของความชื้น จากนั้นใช้แปรงขนนุ่มกำจัดคราบที่ผิวปูน โดยหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมากเกินไป
- คราบดำจากเชื้อรา: กำจัดเชื้อราและแก้ไขปัญหาความชื้น หากเป็นวัสดุที่มีรูพรุนและเชื้อราฝังลึก อาจจำเป็นต้องรื้อเปลี่ยนส่วนที่เสียหาย
ทั้งนี้ ไม่ควรรีบทาสีทับคราบน้ำท่วมขณะที่ผนังยังชื้น เพราะอาจทำให้สีพอง ลอก และเกิดเชื้อราซ้ำได้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นผิวแห้งและไม่มีความเสียหายซ่อนอยู่ก่อนเริ่มซ่อมแซม
ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมให้ถูกวิธี ช่วยลดปัญหาบ้านในระยะยาว
การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมควรเริ่มจากการตรวจสอบความปลอดภัย กำจัดโคลน ขัดล้างคราบน้ำ และทำให้บ้านแห้งอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ที่สัมผัสน้ำท่วมโดยตรง หากพบคราบฝังแน่นหรือวัสดุเสียหาย ควรเลือกวิธีซ่อมแซมให้เหมาะสมแทนการขัดล้างซ้ำโดยไม่จำเป็น เพราะการฟื้นฟูบ้านอย่างถูกขั้นตอน ไม่เพียงช่วยให้บ้านกลับมาสะอาดน่าอยู่ แต่ยังลดความเสี่ยงจากเชื้อรา ความชื้นสะสม และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ไม่มีเวลาทำความสะอาดบ้านเอง? ใช้บริการทำความสะอาดมืออาชีพช่วยได้
การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมอาจต้องใช้ทั้งเวลา แรงงาน และอุปกรณ์ที่เหมาะสม โดยเฉพาะบ้านที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีคราบโคลนสะสมจำนวนมาก หรือมีคราบสกปรกฝังแน่นตามพื้นและร่องกระเบื้อง หากเจ้าของบ้านไม่สะดวกดำเนินการด้วยตัวเอง การเลือกใช้บริการทำความสะอาดจากทีมงานมืออาชีพก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแบ่งเบาภาระได้
สำหรับเจ้าของบ้านในพื้นที่ภาคอีสานที่กำลังมองหา บริการทำความสะอาด อุดรธานี ขอนแก่น สามารถศึกษารายละเอียดบริการของ UD Clean & Care ซึ่งให้บริการทำความสะอาดบ้านในพื้นที่อุดรธานีและขอนแก่น เพื่อช่วยดูแลความสะอาดภายในบ้านตามลักษณะงานและความต้องการของลูกค้า
ทั้งนี้ หากเป็นบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง ควรแจ้งสภาพพื้นที่ ปริมาณคราบโคลน ความเสียหาย และปัญหาความชื้นให้ผู้ให้บริการประเมินก่อน เพื่อพิจารณาว่าขอบเขตงานทำความสะอาดทั่วไปครอบคลุมความต้องการหรือจำเป็นต้องใช้บริการฟื้นฟูเฉพาะทางเพิ่มเติม
การเลือกทีมทำความสะอาดที่เหมาะสมจะช่วยให้เจ้าของบ้านประหยัดเวลา ลดภาระในการจัดการพื้นที่ และสามารถกลับไปดูแลเรื่องสำคัญอื่น ๆ หลังน้ำลดได้มากขึ้น
