10 สิ่งที่ต้องรู้ เวลาเจอน้ำท่วม ควรเตรียมตัวอย่างไร ?

รวม 10 สิ่งที่ต้องรู้เมื่อเกิดน้ำท่วม พร้อมวิธีเตรียมตัวรับมืออย่างปลอดภัย ตั้งแต่การจัดเตรียมถุงยังชีพ ติดตามข่าวสาร เตรียมเอกสารสำคัญ ป้องกันไฟฟ้ารั่ว ไปจนถึงการวางแผนอพยพ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น้ำท่วมเป็นภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหายต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือบริเวณใกล้แม่น้ำลำคลอง การรู้วิธีรับมือน้ำท่วมและเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ 

บทความนี้รวบรวม 10 สิ่งที่ต้องรู้เมื่อเจอน้ำท่วม ตั้งแต่การเตรียมของจำเป็น การดูแลความปลอดภัย ไปจนถึงการปฏิบัติตัวหลังน้ำลด

10 วิธีรับมือน้ำท่วมที่ทุกคนควรรู้ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน

การรับมือน้ำท่วมไม่ได้เริ่มต้นเมื่อระดับน้ำไหลเข้าบ้านเท่านั้น แต่ควรเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ เพื่อลดความเสี่ยงและช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมี 10 สิ่งสำคัญที่ควรรู้ดังนี้

1. ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยน้ำท่วม

หมั่นติดตามพยากรณ์อากาศ ปริมาณฝน และประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อประเมินความเสี่ยงของพื้นที่อยู่อาศัย หากมีประกาศให้อพยพควรปฏิบัติตามทันที ไม่ควรรอจนระดับน้ำสูงหรือเส้นทางถูกตัดขาด

2. เตรียมกระเป๋าฉุกเฉินให้พร้อมหยิบใช้

กระเป๋าฉุกเฉินเป็นสิ่งสำคัญที่ควรเตรียมไว้ล่วงหน้า โดยจัดเก็บในตำแหน่งที่หยิบได้สะดวก และเลือกใส่สิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในช่วงแรกของเหตุฉุกเฉิน เช่น

  • น้ำดื่มและอาหารสำเร็จรูปที่เก็บได้นาน
  • ยาประจำตัวและชุดปฐมพยาบาล
  • ไฟฉายและแบตเตอรี่สำรอง
  • โทรศัพท์มือถือและพาวเวอร์แบงก์
  • เสื้อผ้าสำรองและอุปกรณ์สุขอนามัย
  • นกหวีดสำหรับส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
  • สำเนาเอกสารสำคัญในซองกันน้ำ

ควรเตรียมสิ่งของให้เพียงพอสำหรับอย่างน้อย 3 วัน โดยปรับตามจำนวนสมาชิกในครอบครัว รวมถึงความต้องการของเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว

3. ย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและของมีค่าขึ้นที่สูง

หากมีเวลาเตรียมตัวก่อนน้ำเข้าบ้าน ควรย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก เอกสาร และทรัพย์สินสำคัญไปยังชั้นบนหรือพื้นที่ที่คาดว่าน้ำจะท่วมไม่ถึง ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ควรถอดปลั๊กเมื่อพื้นที่ยังแห้งและปลอดภัย ห้ามสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าขณะยืนอยู่ในน้ำ

4. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและตัดกระแสไฟเมื่อจำเป็น

ไฟฟ้ารั่วเป็นหนึ่งในอันตรายสำคัญระหว่างน้ำท่วม หากคาดว่าน้ำจะเข้าถึงปลั๊กไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า ควรตัดกระแสไฟจากเมนเบรกเกอร์ก่อนน้ำเข้าพื้นที่ โดยต้องทำขณะที่ตัวแห้งและจุดติดตั้งเบรกเกอร์ยังปลอดภัยเท่านั้น

หากมีน้ำท่วมถึงตู้ไฟหรือจำเป็นต้องยืนในน้ำเพื่อเข้าถึงเบรกเกอร์ ห้ามเข้าไปดำเนินการเอง ควรติดต่อเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหรือช่างไฟฟ้าที่มีความชำนาญ

5. วางแผนเส้นทางอพยพและจุดนัดพบ

ทุกครอบครัวควรกำหนดเส้นทางอพยพอย่างน้อยหนึ่งเส้นทางสำรอง พร้อมจุดนัดพบที่อยู่บนพื้นที่สูงและปลอดภัย โดยตรวจสอบเส้นทางจากประกาศของหน่วยงานท้องถิ่น ไม่ควรใช้เส้นทางที่มีน้ำไหลเชี่ยวหรือไม่ทราบความลึก

สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก หรือสัตว์เลี้ยง ควรวางแผนการเคลื่อนย้ายและเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ล่วงหน้า

6. หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำหรือขับรถผ่านพื้นที่น้ำท่วม

น้ำท่วมอาจมีหลุมบ่อ ฝาท่อที่เปิดอยู่ เศษแก้ว หรือสายไฟที่ชำรุดซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ อีกทั้งกระแสน้ำที่ดูไม่รุนแรงก็อาจทำให้เสียการทรงตัวได้

จึงไม่ควรเดินหรือขับรถฝ่าน้ำท่วม โดยเฉพาะบริเวณที่น้ำไหลเชี่ยวหรือมองไม่เห็นพื้นถนน หากพบถนนถูกน้ำท่วมควรเปลี่ยนเส้นทาง และไม่ฝ่าแนวกั้นที่เจ้าหน้าที่จัดไว้

7. ระวังสัตว์มีพิษและสิ่งปนเปื้อนในน้ำ

ระหว่างน้ำท่วม สัตว์อย่างงู ตะขาบ และแมงป่องอาจหนีน้ำเข้ามาอยู่ภายในบ้านหรือบริเวณที่สูง ควรตรวจสอบรองเท้า เสื้อผ้า และมุมอับก่อนใช้งาน

นอกจากนี้ น้ำท่วมยังอาจปนเปื้อนเชื้อโรคและสิ่งปฏิกูล จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำโดยตรง หากจำเป็นต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูท และทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังออกจากพื้นที่น้ำท่วม

8. เตรียมน้ำดื่มสะอาดและอาหารให้เพียงพอ

น้ำประปาหรือแหล่งน้ำธรรมชาติอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จึงควรสำรองน้ำดื่มบรรจุขวดและอาหารที่ไม่ต้องปรุงด้วยไฟฟ้า เช่น อาหารกระป๋อง ขนมปังกรอบ และอาหารสำเร็จรูป

หากหน่วยงานท้องถิ่นประกาศว่าน้ำประปาไม่ปลอดภัย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้น้ำอย่างเคร่งครัด และไม่ควรรับประทานอาหารที่สัมผัสน้ำท่วมโดยตรง

9. รู้ช่องทางติดต่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน

ควรบันทึกหมายเลขฉุกเฉินไว้ในโทรศัพท์และจดสำรองลงกระดาษ เผื่อกรณีแบตเตอรี่หมดหรือไม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ โดยหมายเลขสำคัญในประเทศไทย ได้แก่

  • 1784 สายด่วนนิรภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • 1669 การแพทย์ฉุกเฉิน
  • 191 เหตุด่วนเหตุร้าย
  • 199 แจ้งเหตุเพลิงไหม้และขอความช่วยเหลือด้านสาธารณภัย

เมื่อติดต่อขอความช่วยเหลือ ควรแจ้งตำแหน่งที่อยู่ จำนวนผู้ประสบภัย ระดับน้ำโดยประมาณ และข้อมูลผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์ได้รวดเร็วขึ้น

10. ตรวจสอบบ้านและทำความสะอาดอย่างปลอดภัยหลังน้ำลด

หลังน้ำลดไม่ควรรีบกลับเข้าไปใช้งานบ้านทันที โดยเฉพาะบ้านที่ถูกน้ำท่วมเป็นเวลานาน ควรตรวจสอบโครงสร้าง ผนัง พื้น และระบบไฟฟ้าก่อน หากพบความเสียหายรุนแรงควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน

จากนั้นจึงเริ่มทำความสะอาดคราบโคลน ตะกอนดิน และสิ่งสกปรก โดยสวมอุปกรณ์ป้องกันให้เหมาะสม พร้อมเปิดระบายอากาศและลดความชื้นเพื่อป้องกันเชื้อรา สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เคยถูกน้ำท่วม ต้องผ่านการตรวจสอบจากช่างก่อนนำกลับมาใช้งาน

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเกิดน้ำท่วม

นอกจากการเตรียมตัวรับมือน้ำท่วมแล้ว ยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน จึงควรหลีกเลี่ยง สิ่งต่อไปนี้

  • ไม่เดินหรือขับรถผ่านน้ำท่วมที่ไม่ทราบความลึกหรือมีกระแสน้ำไหล
  • ไม่สัมผัสปลั๊กไฟ สวิตช์ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปียกน้ำ
  • ไม่ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่อาจปนเปื้อนน้ำท่วม
  • ไม่ปล่อยให้เด็กเล่นน้ำท่วม เพราะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและติดเชื้อ
  • ไม่กลับเข้าบ้านที่มีโครงสร้างเสียหายหรือยังไม่ได้ตรวจสอบความปลอดภัย
  • ไม่รอจนเส้นทางอพยพถูกตัดขาด หากเจ้าหน้าที่ประกาศให้ออกจากพื้นที่

เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมตั้งแต่วันนี้ ลดความเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

การรับมือน้ำท่วมอย่างปลอดภัยเริ่มต้นจากการติดตามข่าวสาร เตรียมสิ่งของจำเป็น และวางแผนอพยพล่วงหน้า เมื่อเกิดเหตุควรให้ความสำคัญกับชีวิตมากกว่าทรัพย์สิน หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่อาจเป็นอันตราย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพราะการเตรียมความพร้อมที่ดีจะช่วยลดความสูญเสียและทำให้ทุกคนในครอบครัวรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *