มาเป็นเพื่อนกันกับอีสานเดฟ
เรารับทำและออกแบบเว็บไซต์ สำหรับธุรกิจทุกประเภท ปรึกษาฟรี !

แนะนำสายพันธุ์กุหลาบ สีหวาน ทรงดอกสวย ที่ต้องมีติดสวน

กุหลาบสีหวาน ๆ ทรงดอกสวย ๆ ทาสกุหลาบห้ามพลาด สายพันธุ์ที่ต้องมีติดสวน จะมีอะไรบ้างมาดูกันค่าาา

หลาบเป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก ด้วยความงดงามของรูปทรงและสีสันที่หลากหลาย ทำให้กุหลาบถูกนำมาใช้ในโอกาสต่าง ๆ มากมาย กุหลาบมีถิ่นกำเนิดในหลายภูมิภาคของโลก และมีสายพันธุ์มากกว่าร้อยชนิด ความหมายของกุหลาบแต่ละสีก็แตกต่างกันออกไป เช่น กุหลาบสีแดงแทนความรักและความโรแมนติก กุหลาบสีขาวสื่อถึงความบริสุทธิ์ ส่วนกุหลาบสีเหลืองหมายถึงมิตรภาพ

นอกจากความสวยงามแล้ว กุหลาบยังสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย และใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้อีกด้วย การปลูกกุหลาบต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่ ทั้งเรื่องแสงแดด น้ำ และการตัดแต่งกิ่งอย่างเหมาะสม

1. กุหลาบมองเคอร์ (Mon Coeur)

เป็นสายพันธุ์กุหลาบเลื้อยยอดฮิตจากประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยดอกทรงถ้วยกลมฟูคล้ายซาลาเปา กลีบดอกซ้อนกันแน่น มีสีชมพูหวานละมุน สีขาว กลิ่นหอมอ่อน ๆ และ ไม่มีหนาม หรือมีหนามน้อยมาก ๆ ดูแลง่าย ทนร้อนและทนโรคได้ดีมาก

ลักษณะเด่นของ กุหลาบมองเคอร์

  • ทรงดอกและสี: ดอกกลมฟู ทรงถ้วย สีชมพูอ่อนอมชมพูเข้มตรงกลาง ออกดอกดกเป็นพวง
  • ความหอม: มีกลิ่นหอมอ่อนๆ สดชื่น
  • ไร้หนาม: ปลอดภัยและจัดแต่งทรงต้นได้ง่าย
  • การเจริญเติบโต: เป็นไม้เลื้อยหรือกึ่งเลื้อย สามารถทำซุ้มหรือปลูกในกระถางทรงสูงได้ดี

2. Juliet Rose (กุหลาบจูเลียต)

เป็นหนึ่งในกุหลาบสายพันธุ์อังกฤษที่โด่งดังที่สุดในโลก คิดค้นโดยนักผสมพันธุ์กุหลาบชื่อดังชาวอังกฤษ David Austin โดยใช้เวลาพัฒนาและวิจัยนานถึง 15 ปี และใช้งบประมาณในการสร้างสรรค์สูงถึง 3 ล้านปอนด์ (ราว 135 ล้านบาท) จึงได้ฉายาว่าเป็น “กุหลาบที่แพงที่สุดในโลก”

จุดเด่นของ Juliet Rose

  • สีสันและรูปทรง: ดอกมีขนาดใหญ่ ทรงถ้วยสุดคลาสสิก กลีบดอกด้านในเรียงซ้อนกันแน่นอย่างสวยงาม โดดเด่นด้วยโทนสีพีช (Peach) และสีแอปริคอท (Apricot) ผสมผสานกับสีชมพูอ่อนได้อย่างละมุนตา
  • กลิ่นหอม: มีกลิ่นหอมอ่อนๆ นุ่มนวล คล้ายกับกลิ่นของใบชา
  • ความทนทาน: เมื่อดอกบาน กลีบจะคลายตัวออกเล็กน้อยและมีความโปร่งแสง สามารถบานทนอยู่ได้นานหลายวัน

3. กุหลาบซิซิลีน (Sicilienne)

เป็นสายพันธุ์กุหลาบพุ่มจากประเทศญี่ปุ่น (ค่าย Rose Orientis โดย Takunori Kimura ปี 2021) โดดเด่นด้วยสีเหลืองนวลละมุน ทรงดอกสวย กลิ่นหอมฟุ้ง ทนต่อโรคและสภาพอากาศร้อนได้ดี

จุดเด่นของ กุหลาบซิซิลีน

  • ลักษณะดอก: ดอกขนาดกลางถึงใหญ่ ทรงถ้วย กลีบซ้อนแน่น สีจะเปลี่ยนไปตามสภาพแสงและอากาศ หากได้รับแดดจัดสีจะออกโทนเหลืองอมส้ม ปลายกลีบอาจมีขลิบสีชมพู
  • กลิ่นหอม: หอมหวานและสดชื่น โดดเด่นด้วยกลิ่นผสมผสานระหว่างผลไม้และชา (Fruity and Tea fragrance)
  • การเจริญเติบโต: เป็นกุหลาบพุ่มสูง (ประมาณ 120-150 เซนติเมตร) กิ่งก้านแข็งแรง ออกดอกดกทั้งแบบดอกเดี่ยวและเป็นช่อ
  • ความทนทาน: บานทนทาน เหมาะสำหรับทั้งปลูกประดับสวนและตัดปักแจกัน

4. กุหลาบพลูม (Plume Rose)

เป็นกุหลาบพุ่มกึ่งเลื้อยสายพันธุ์ญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมาก โดดเด่นด้วยดอกทรงกลมคล้ายซาลาเปาหรือดอกบัวสีชมพูพาสเทล กลีบซ้อนกันแน่นคล้ายขนนก มีกลิ่นหอมหวานคล้ายน้ำหอมฟุ้งกระจาย ปลูกและออกดอกเก่งมากในสภาพอากาศเมืองไทย

จุดเด่นของ กุหลาบพลูม

  • ลักษณะเด่น: ดอกใหญ่ กลีบซ้อนหลายชั้น มีกลิ่นหอมแรงแม้ปลูกในระยะ 2 เมตร
  • การเจริญเติบโต: เป็นพุ่มสูงกึ่งเลื้อย สามารถเลื้อยขึ้นซุ้มหรือทำค้างได้ สูงประมาณ 1.3 – 1.5 เมตร
  • การดูแล: เลี้ยงง่าย ทนแดด ทนร้อน ออกดอกดกตลอดทั้งปี เหมาะมากสำหรับมือใหม่

5. กุหลาบมาโซระ (Masora Rose)

เป็นหนึ่งในสายพันธุ์กุหลาบญี่ปุ่นยอดฮิต ที่ขึ้นชื่อว่าสวยงาม เลี้ยงง่าย และทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้นของเมืองไทยได้ดีมาก

จุดเด่นของ กุหลาบมาโซระ

  • สีและฟอร์มดอก: ดอกมีสีส้มพีชหรือแอปริคอตอมชมพู กลีบดอกซ้อนกันแน่นเป็นรูปถ้วยทรงกลมสวยงาม
  • กลิ่นหอม: มีกลิ่นหอมแรงและเป็นเอกลักษณ์ คล้ายกลิ่นผลไม้ (Fruity)
  • ความดก: ออกดอกเก่งและให้ดอกดกตลอดทั้งปี
  • การเติบโต: เป็นกุหลาบพุ่มกึ่งเลื้อย ระบบรากแข็งแรง โตไว และทนโรคได้ดี

6. กุหลาบแอนนา (Anne-Sophie Pic)

เป็นกุหลาบพุ่มจากประเทศฝรั่งเศส โดดเด่นด้วยดอกทรงถ้วยสีชมพูอมส้ม ดอกใหญ่ทรงกลมแน่นกลีบคล้ายซาลาเปา มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นสายพันธุ์ที่เลี้ยงง่าย ทนแดดจัด ทนโรคได้ดีมาก แต่มีจุดเด่นคือจะโตช้าและรอบดอกค่อนข้างนานกว่ากุหลาบพุ่มทั่วไป

จุดเด่นของ กุหลาบแอนนา

  • ต้นกำเนิด: ประเทศฝรั่งเศส (พัฒนาโดยค่าย Guillot)
  • ลักษณะดอก: ดอกทรงถ้วยลึก กลีบดอกอัดแน่น ทรงกลมคล้ายซาลาเปา สีชมพูอมส้มหรือชมพูหวาน
  • กลิ่น: หอมอ่อนๆ (บางต้นแทบไม่ได้กลิ่น แต่บานทนมาก)
  • การเจริญเติบโต: เป็นกุหลาบพุ่ม ทนแดดจัด ทนร้อน ทนโรคและแมลงได้ดี แต่มีอัตราการเติบโตช้า
  • รอบดอก: ออกดอกดกตลอดทั้งปี แต่รอบดอกค่อนข้างนาน (อาจใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ในการสร้างยอดดอกใหม่)

7. Madame Hardy

เป็นหนึ่งในกุหลาบพันธุ์โบราณ (Damask Rose) สีขาวที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุด โดดเด่นด้วยดอกสีขาวบริสุทธิ์ทรงถ้วย กลีบซ้อนแน่น และมีเสน่ห์ตรงเกสรสีเขียวสดกลางดอก (Green button eye) พร้อมกลิ่นหอมหวานแบบดั้งเดิม

จุดเด่นของ กุหลาบMadame Hardy

  • ลักษณะดอก: สีขาวบริสุทธิ์ ดอกซ้อนอัดแน่น ทรงถ้วย ขนาดปานกลางถึงใหญ่
  • จุดเด่น: มีเกสรสีเขียวอยู่ตรงกลาง (Green Eye) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • กลิ่น: หอมแรงและหอมหวาน (มักเปรียบเทียบว่าเป็นกลิ่นกุหลาบผสมกลิ่นน้ำผึ้งและเครื่องเทศ)
  • การออกดอก: ออกดอกดกมาก แต่จะออกเพียงฤดูกาลเดียว (Once-blooming) ในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน
  • การเติบโต: เป็นไม้พุ่มสูง แข็งแรง กิ่งก้านมีหนามแหลมค่อนข้างเยอะ

8. กุหลาบเฮอร์โซกิ้น คริสติน่า (Herzogin Christiana)

เป็นกุหลาบพุ่มกึ่งเลื้อยสายพันธุ์เยอรมัน โดดเด่นด้วยดอกทรงถ้วยสีขาวอมชมพูละมุนตา กลิ่นหอมแรง ทนโรค และทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และนักสะสม

จุดเด่นของ กุหลาบเฮอร์โซกิ้น

  • ลักษณะดอก: ทรงถ้วยกลมแน่น (Cup-shaped) กลีบดอกสีขาวขอบอมชมพูระเรื่อ
  • กลิ่นหอม: โดดเด่นเรื่องกลิ่นหอมแรง ชวนดม
  • การดูแล: ทรงพุ่มแข็งแรง ทนแดดได้ดี หากปลูกในที่อากาศเย็น สีจะยิ่งเข้มสวยชัดเจน

9. กุหลาบคาเร่ย์ (Carey Rose)

เป็นสายพันธุ์กุหลาบตัดดอกนำเข้าที่โดดเด่นด้วยโทนสีชมพูพีชละมุนละไม ดอกมีขนาดใหญ่ ทรงถ้วยสวยงาม กลีบดอกซ้อนกันแน่น และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ได้รับความนิยมทั้งในแง่การจัดช่อดอกไม้เจ้าสาวและการปลูกประดับสวน

จุดเด่นของ กุหลาบคาเร่ย์

  • สีและฟอร์มดอก: กลีบดอกสีชมพูอมส้มหรือสีพีช ดอกฟอร์มกลมสวยงามและมักจะบานอยู่ทรงได้นาน
  • กลิ่น: มีกลิ่นหอมหวานและสดชื่น
  • การเจริญเติบโต: เป็นกุหลาบที่แตกกิ่งและออกดอกดก ออกดอกเป็นพุ่มสวยงาม
  • ความทนทาน: ดูแลง่าย ออกดอกไว เหมาะกับสภาพอากาศในประเทศไทย แต่ควรได้รับแสงแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน

10. กุหลาบเลดี้ แฮร์รูม (Lady Heirloom Rose)

เป็นกุหลาบพุ่มพันธุ์จากสหรัฐอเมริกา (เปิดตัวปี 1996 ในชื่อ Memories) โดดเด่นด้วยดอกสีชมพูอ่อนทรงถ้วย กลีบดอกซ้อนแน่น ออกดอกดกเป็นช่อพวง และมีกลิ่นหอมแรง เป็นสายพันธุ์ที่เลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพอากาศร้อนและฝนได้ดี

จุดเด่นของ กุหลาบเลดี้ แฮร์รูม

  • รูปทรงดอก: ดอกทรงถ้วย (Cup-shaped) กลีบเรียงตัวแน่น
  • สี: สีชมพูอ่อนหวานละมุน
  • กลิ่น: หอมหวานและหอมแรง
  • การออกดอก: ดอกดก ออกเป็นช่อพวงใหญ่
  • การเติบโต: ทรงพุ่ม ปลูกและดูแลง่าย ทนแดด ทนฝน

11. กุหลาบเชลโรส (Shell Rose)

เป็นสายพันธุ์กุหลาบนำเข้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในไทย โดดเด่นด้วยดอกสีเหลืองอ่อนละมุน ทรงดอกใหญ่ ฟอร์มสวย และมีกลิ่นหอมหวาน จุดเด่นสำคัญคือบานทนทานอยู่บนต้นได้นานกว่า 2 สัปดาห์ เลี้ยงง่าย และทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้นได้ดี

จุดเด่นของ กุหลาบเชลโรส

  • สีและรูปทรง: ดอกมีสีเหลืองอ่อนละมุนคล้ายเปลือกหอย ทรงดอกใหญ่สวยงาม
  • ความทนทาน: กลีบดอกมีความแข็งแรงและทนทาน บานอยู่บนต้นหรือแจกันได้นานกว่า 2 สัปดาห์
  • กลิ่นหอม: มีกลิ่นหอมหวานเป็นเอกลักษณ์
  • การเจริญเติบโต: เป็นสายพันธุ์ที่เลี้ยงค่อนข้างง่ายและปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยได้ดี

12. กุหลาบไอศกรีม (Gelato Rose)

เป็นกุหลาบพุ่มที่มีลักษณะเด่นคือดอกทรงถ้วย กลีบดอกแน่น ซ้อนกันหลายชั้น สีชมพูอ่อนอมส้ม หรือสีขาวอมชมพู คล้ายไอศกรีม และบานทน นิยมนำไปจัดสวนหรือประดับในแจกัน

จุดเด่นของ กุหลาบไอศกรีม

  • ฟอร์มดอกคล้ายไอศกรีม: ดอกมีทรงถ้วยลึก กลีบดอกแน่นซ้อนกันหลายชั้นและอัดกันเป็นระเบียบ ทำให้ดูฟูฟ่องคล้ายกับสกู๊ปไอศกรีม
  • โทนสีหวานสะดุดตา: กลีบดอกมักเป็นสีชมพูอ่อนอมส้ม (สีพีช) หรือสีขาวอมชมพู
  • บานทนทาน: ดอกสามารถบานอยู่บนต้นและในแจกันได้นานกว่ากุหลาบทั่วไป ไม่โรยราง่าย
  • เลี้ยงง่าย ทนแดด: เป็นกุหลาบพุ่มที่ทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้นในไทยได้ดี ต้นแข็งแรง ทนโรค และขยันออกดอกเก่ง

13. กุหลาบคองเมง (Kong Meng) หรือที่รู้จักกันในชื่อ เอมตี้ (Empty Rose)

เป็นสายพันธุ์กุหลาบพุ่มขนาดกลางจากประเทศจีนที่กำลังได้รับความนิยม โดดเด่นด้วยดอกทรงกลมกลีบซ้อนสีม่วงอ่อนอมชมพู เลี้ยงง่าย ทนร้อน และออกดอกดกตลอดทั้งปี

จุดเด่นของ กุหลาบคองเมง

  • ลักษณะดอก: ดอกทรงกลม มีกลีบซ้อนกันแน่น
  • สี: สีม่วงลาเวนเดอร์หรือม่วงไลแลค
  • กลิ่น: มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
  • การเจริญเติบโต: เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง แตกกิ่งก้านดี ทนความร้อนและโรคได้ดี ออกดอกเป็นช่อดกตลอดทั้งปี

14. กุหลาบวาซาบิ (Wasabi Rose)

เป็นกุหลาบสายพันธุ์ตัดดอกที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นสะดุดตา ดอกมีสีเขียวอ่อนอมครีม ปลายกลีบหยักเป็นสันดูคล้ายกับต้นวาซาบิ กลีบดอกหนา ก้านแข็งตรง บานทนทานอยู่ได้นานเกิน 2 สัปดาห์ และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ

จุดเด่นของ กุหลาบวาซาบิ

  • โทนสีเป็นเอกลักษณ์: สีเขียวพาสเทลอมครีม ดูเย็นตาและหรูหรา
  • ฟอร์มดอกน่ารัก: กลีบดอกหยักเป็นลอน คล้ายเครื่องเคียงซูชิ เมื่อบานเต็มที่จะมีใจกลางดอกคล้ายรูปหัวใจ
  • ความทนทานสูง: ดอกบานทน ไม่เหี่ยวเฉาง่าย
  • การดูแลรักษา: เลี้ยงง่าย โตไว แตกกิ่งดี และให้ดอกดกตลอดทั้งปี
  • ลักษณะต้น: ทรงพุ่มปานกลาง (สูงประมาณ 80-100 ซม.) มีหนามน้อยมาก

15. กุหลาบ หลง หลง เย่” หรือที่ถูกต้องคือ “รงรงเยว่” (Rong Rong Yue / 溶溶月)

เป็นสายพันธุ์กุหลาบพุ่มเตี้ยประเภทฟลอริบุนดา (Floribunda) จากประเทศจีน โดดเด่นด้วยดอกสีชมพูละมุนฟอร์มกลีบซ้อนสวยงาม ทนความร้อน ดอกดก ออกดอกเป็นช่อ เลี้ยงง่าย และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ

จุดเด่นของ กุหลาบ หลง หลง เย่

  • ทรงพุ่มและดอก: เป็นกุหลาบพุ่มเตี้ย ฟอร์มต้นเป็นระเบียบ แตกกิ่งก้านดี และออกดอกเป็นช่อดกมาก
  • กลิ่นหอม: มีกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ช่วยสร้างบรรยากาศสดชื่น
  • ความปลอดภัย: เป็นสายพันธุ์ที่จัดอยู่ในกลุ่ม “กุหลาบกินได้” สามารถนำกลีบไปแปรรูปทำชาหรือแต่งจานอาหารได้อย่างปลอดภัย
  • การดูแล: ทนทานต่อสภาพอากาศได้ดี เลี้ยงง่าย เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และนักสะสม

ด้วยคุณค่าและความงามที่โดดเด่น กุหลาบจึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “ ราชินีแห่งดอกไม้ ” และยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่ได้รับความนิยมเสมอมา

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *