มาเป็นเพื่อนกันกับอีสานเดฟ
เรารับทำและออกแบบเว็บไซต์ สำหรับธุรกิจทุกประเภท ปรึกษาฟรี !
รวมเทคนิค! ทำอย่างไรให้ประหยัดน้ำมัน ขับยังไงให้คุ้มมากขึ้น
ในช่วงน้ำมันแพงขึ้น แต่การเงินเติมน้ำมันมีจำกัด หากต้องการให้ใช้น้ำมันประหยัดขึ้นแม้มีเงินเท่าเดิม ควรทำอย่างไรดี
ในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน หลายคนเริ่มมองหาวิธีประหยัดน้ำมันมากขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนแล้ว ยังช่วยลดภาระของเครื่องยนต์และทำให้รถยนต์ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย
การประหยัดน้ำมันไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ปรับพฤติกรรมการขับขี่และหมั่นดูแลรถยนต์อย่างเหมาะสม ก็ช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองได้อย่างชัดเจน สำหรับใครที่อยากลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ต่อไปนี้คือเทคนิคที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้ มีวิธีใดบ้างมาดูกันเลย

1. ขับด้วยความเร็วคงที่ ช่วยประหยัดน้ำมันได้มากกว่าที่คิด
หนึ่งในเทคนิคสำคัญคือ การรักษาความเร็วให้คงที่ โดยช่วงความเร็วที่รถยนต์ส่วนใหญ่ประหยัดน้ำมันได้ดีที่สุด จะอยู่ประมาณ 60-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะเครื่องยนต์ทำงานได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องเร่งรอบสูงเกินไป
ในทางกลับกัน หากขับเร็วมากเกินไป หรือเร่งและชะลอสลับกันบ่อย ๆ จะทำให้เครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นโดยไม่จำเป็น
2. หลีกเลี่ยงการเร่งเครื่องและเบรกกะทันหัน
หลายคนอาจไม่รู้ว่า การออกตัวกระชากหรือเบรกแรงบ่อย ๆ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้น เพราะเครื่องยนต์ต้องดึงกำลังสูงในระยะสั้น ส่งผลให้ใช้น้ำมันมากกว่าปกติ การค่อย ๆ แตะคันเร่งและชะลอรถล่วงหน้าเมื่อใกล้ถึงทางแยกหรือรถติด จะช่วยให้รถรักษารอบเครื่องได้ดีขึ้น และยังช่วยลดการสึกหรอของระบบเบรกอีกด้วย
3. อย่าบรรทุกของหนักเกินจำเป็น
รถที่มีน้ำหนักมากจะทำให้เครื่องยนต์ต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการขับเคลื่อน หลายคนมักเก็บของไว้ท้ายรถตลอดเวลาโดยไม่จำเป็น ซึ่งอาจเพิ่มน้ำหนักสะสมโดยไม่รู้ตัว หากต้องการประหยัดน้ำมัน ควรนำสัมภาระที่ไม่ได้ใช้ออก และหลีกเลี่ยงการบรรทุกของหนักเกินความจำเป็น โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไกล
4. ดับเครื่องยนต์เมื่อจอดรถนาน
หากต้องจอดรถรอเกิน 3 – 5 นาที เช่น รอรับคน หรือจอดซื้อของ ควรดับเครื่องยนต์ เพราะการติดเครื่องทิ้งไว้จะยังคงมีการเผาผลาญน้ำมันอย่างต่อเนื่อง แม้รถจะไม่ได้เคลื่อนที่ก็ตาม นอกจากช่วยประหยัดน้ำมันแล้ว ยังช่วยลดมลพิษและลดความร้อนสะสมภายในเครื่องยนต์ได้อีกด้วย
5. ใช้โหมด Eco ช่วยลดการสิ้นเปลือง
รถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่นมาพร้อมโหมด Eco หรือ Eco Mode ซึ่งจะช่วยควบคุมการตอบสนองของคันเร่ง รอบเครื่องยนต์ และระบบปรับอากาศ ให้ใช้พลังงานอย่างเหมาะสมมากขึ้น แม้อัตราเร่งอาจไม่ทันใจเหมือนโหมดปกติ แต่ก็ช่วยลดการใช้น้ำมันได้ดี โดยเฉพาะการขับในเมืองหรือช่วงรถติด

6. เติมลมยางให้เหมาะสมอยู่เสมอ
ลมยางที่อ่อนเกินไปจะทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นถนนมากขึ้น ส่งผลให้รถต้องใช้แรงในการหมุนล้อมากกว่าเดิม และทำให้กินน้ำมันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัวจึงควรตรวจเช็กลมยางอย่างสม่ำเสมอ โดยเติมให้เหมาะสมตามค่าที่ผู้ผลิตกำหนด ซึ่งนอกจากช่วยประหยัดน้ำมันแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย
7. เปิดแอร์อย่างเหมาะสม ไม่เย็นเกินไป
การตั้งอุณหภูมิแอร์ต่ำเกินไป จะทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักและใช้พลังงานมากขึ้น ควรตั้งอุณหภูมิให้พอดี เช่น ประมาณ 25 องศาเซลเซียส หรือระดับที่เย็นสบายกำลังดี รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการเปิดกระจกขณะขับด้วยความเร็วสูง เพราะแรงลมจะเพิ่มแรงต้านอากาศและทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้นเช่นกัน
8. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะ
น้ำมันเครื่องมีส่วนสำคัญต่อการทำงานของเครื่องยนต์ หากใช้น้ำมันเครื่องที่เสื่อมสภาพหรือมีความหนืดไม่เหมาะสม อาจทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักและสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะ และเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่เหมาะกับรถยนต์ตามคู่มือผู้ผลิต
9. วางแผนเส้นทางก่อนเดินทาง
การขับรถในเส้นทางที่รถติดหนัก ทำให้รถต้องจอดนิ่งและค่อย ๆ เคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นช่วงที่สิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าปกติ ก่อนออกเดินทางควรเช็กสภาพการจราจรผ่านแอปพลิเคชันแผนที่ เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีปัญหารถติดหรืออุบัติเหตุ จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าน้ำมันได้มากขึ้น
สรุป
การประหยัดน้ำมันไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรถใหม่หรือใช้อุปกรณ์ราคาแพงเสมอไป เพราะเพียงแค่ปรับพฤติกรรมการขับขี่ ดูแลรถยนต์อย่างเหมาะสม และวางแผนการเดินทางให้ดี ก็สามารถช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองได้อย่างชัดเจน นอกจากช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของรถและทำให้การขับขี่ปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย
